Skip to content
บทความทั้งหมด

พื้นฐานตลาด 101 — สิ่งที่นักลงทุนมือใหม่ต้องรู้ก่อนเริ่ม

Finance & Investment4 เมษายน 2569·3 นาทีอ่าน

ตลาดทำงานอย่างไร?

ตลาดการเงิน (ทั้งหุ้นและ crypto) ทำงานบนหลักการง่ายๆ: Supply และ Demand

  • คนอยากซื้อมากกว่าอยากขาย → ราคา ขึ้น
  • คนอยากขายมากกว่าอยากซื้อ → ราคา ลง

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตลาด ไม่ว่าจะเป็นข่าว, เทคโนโลยีใหม่, กฎหมาย — ล้วนส่งผลผ่าน supply/demand ทั้งนั้น

คำศัพท์พื้นฐานที่ต้องรู้

Market Cap (มูลค่าตลาด)

Market Cap = ราคา x จำนวนหน่วยที่หมุนเวียน

  • Bitcoin ราคา $100,000 × 19.5 ล้าน BTC = Market Cap ~$1.95 ล้านล้าน
  • หุ้น Apple ราคา $200 × 15,000 ล้านหุ้น = Market Cap ~$3 ล้านล้าน

ทำไมสำคัญ: เปรียบเทียบ "ขนาด" ของสินทรัพย์ได้ ไม่ใช่แค่ดูราคา

  • Large Cap: Market Cap > $10B — มั่นคง ผันผวนน้อย (BTC, ETH, Apple, Google)
  • Mid Cap: $1B - $10B — เติบโตได้ ผันผวนปานกลาง
  • Small Cap: < $1B — เติบโตได้มาก แต่เสี่ยงสูง

Volume (ปริมาณการซื้อขาย)

จำนวนเงินหรือหน่วยที่ซื้อขายในช่วงเวลาหนึ่ง (24 ชม., 1 วัน)

  • Volume สูง = สภาพคล่องดี ซื้อขายง่าย ราคาไม่กระโดด
  • Volume ต่ำ = สภาพคล่องน้อย ราคาผันผวนง่าย

เทคนิค: ราคาขึ้น + Volume สูง → แนวโน้มแข็งแรง, ราคาขึ้น + Volume ต่ำ → อาจเป็น fake breakout

Bull Market vs Bear Market

  • Bull Market (ตลาดกระทิง) — ราคาขึ้นต่อเนื่อง ทุกคนมั่นใจ เต็มไปด้วย optimism
  • Bear Market (ตลาดหมี) — ราคาลงต่อเนื่อง ทุกคนกลัว เต็มไปด้วย pessimism

ไม่มีใครรู้ว่า bull/bear เริ่มหรือจบเมื่อไหร่ — รู้แน่เมื่อมันผ่านไปแล้ว

Support และ Resistance

  • Support (แนวรับ) — ระดับราคาที่ คนเข้ามาซื้อเยอะ ทำให้ราคาไม่ลงต่อ
  • Resistance (แนวต้าน) — ระดับราคาที่ คนเข้ามาขายเยอะ ทำให้ราคาไม่ขึ้นต่อ

เมื่อ Resistance ถูกทะลุ → มักกลายเป็น Support ใหม่ (และกลับกัน)

Candlestick (แท่งเทียน)

แท่งเทียน 1 แท่งบอก 4 อย่าง:

  • Open — ราคาเปิด
  • Close — ราคาปิด
  • High — ราคาสูงสุด
  • Low — ราคาต่ำสุด

แท่งเขียว/ขาว: Close > Open (ราคาขึ้น)

แท่งแดง/ดำ: Close < Open (ราคาลง)

ไส้เทียน (shadow/wick): เส้นด้านบน = high, เส้นด้านล่าง = low

หลักการวิเคราะห์

Fundamental Analysis (วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน)

ดูว่าสินทรัพย์ มีมูลค่าจริงเท่าไหร่

สำหรับหุ้น:

  • รายได้ (Revenue), กำไร (Profit)
  • P/E Ratio (ราคา/กำไร) — ยิ่งต่ำยิ่ง "ถูก"
  • การเติบโต (Growth rate)
  • ทีมผู้บริหาร, ข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน

สำหรับ Crypto:

  • Technology (ทำอะไรได้จริง?)
  • ทีมพัฒนา (ใครอยู่เบื้องหลัง?)
  • Tokenomics (supply เท่าไหร่? inflation?)
  • Use case (คนใช้จริงไหม?)
  • Community & Ecosystem

Technical Analysis (วิเคราะห์ทางเทคนิค)

ดู กราฟราคา เพื่อหา pattern และ trend

เครื่องมือพื้นฐาน:

  • Moving Average (MA) — เส้นค่าเฉลี่ยราคา ดู trend
  • RSI (Relative Strength Index) — วัด overbought/oversold (> 70 = overbought, < 30 = oversold)
  • MACD — ดู momentum และจุด crossover
  • Bollinger Bands — ดู volatility

สำหรับมือใหม่: เริ่มจาก Moving Average + Support/Resistance ก่อน พอแล้ว

บริหารความเสี่ยง

กฎที่ 1: ลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมเสีย

เงินที่ลงทุน = เงินที่ถ้า หายหมดแล้วชีวิตไม่กระทบ

กฎที่ 2: กระจายความเสี่ยง (Diversification)

อย่าเอาไข่ใส่ตะกร้าใบเดียว

  • กระจายข้าม ประเภทสินทรัพย์ (หุ้น, crypto, bonds, เงินสด)
  • กระจายข้าม อุตสาหกรรม (tech, finance, healthcare)
  • กระจายข้าม ภูมิภาค (ไทย, สหรัฐ, ยุโรป)

กฎที่ 3: ตั้ง Stop Loss

กำหนดจุด ยอมขาดทุน ล่วงหน้า เช่น "ถ้าลง 10% จากจุดซื้อ → ขาย"

  • ป้องกันไม่ให้ขาดทุนมหาศาล
  • ตัดอารมณ์ "เดี๋ยวมันจะกลับมา" ออก

กฎที่ 4: Position Sizing

อย่าลงทุนหมดหน้าตัก — กำหนดว่าจะเสี่ยงไม่เกิน 1-5% ของ portfolio ต่อ 1 position

ตัวอย่าง: Portfolio 100,000 บาท → Risk 2% ต่อ trade = ยอมขาดทุนไม่เกิน 2,000 บาท/trade

กฎที่ 5: Risk/Reward Ratio

ก่อนเข้าเทรด ดูว่า กำไรที่คาดหวัง vs ขาดทุนที่ยอมรับ

  • Ratio 1:1 → กำไร = ขาดทุน (ไม่คุ้ม)
  • Ratio 1:2 → กำไรเป็น 2 เท่าของขาดทุน (ดี)
  • Ratio 1:3+ → กำไรเป็น 3 เท่าขึ้นไป (ดีมาก)

เป้าหมาย: อย่างน้อย 1:2 ขึ้นไป

ผิดพลาดที่มือใหม่ทำบ่อย

1. FOMO (Fear of Missing Out)

เห็นคนอื่นรวย → รีบซื้อ → ซื้อที่ยอดดอย → ขาดทุน

2. ไม่ตั้ง Stop Loss

"เดี๋ยวมันจะกลับมา" → ไม่กลับ → ขาดทุนหนัก

3. Leverage เกินตัว

ยืมเงินมาเทรด → ขาดทุนหนักกว่าเงินที่มี → ล้างพอร์ต

4. ฟังคนอื่นโดยไม่คิดเอง

"กูรู" บอกซื้อ → ซื้อตาม → กูรูขายทิ้งแล้ว → ติดดอย

5. ไม่เรียนรู้

ลงทุนโดยไม่เข้าใจสิ่งที่ลง → เสมือนเล่นพนัน

สรุป

พื้นฐานตลาด 101:

  • Supply & Demand กำหนดราคา
  • Market Cap บอกขนาด ไม่ใช่แค่ราคา
  • Volume บอกสภาพคล่อง
  • Fundamental Analysis ดูมูลค่าจริง
  • Technical Analysis ดู pattern ราคา
  • Risk Management สำคัญที่สุด — ไม่ใช่กำไร แต่คือ อยู่รอด

เริ่มจาก เรียนรู้, ลงทุนน้อยๆ, เก็บประสบการณ์ — อย่ารีบรวย

อ่านต่อ